จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย บริเวณหน่วยนับคะแนนเลือกตั้ง เขต 7 จังหวัดปทุมธานี ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อกลุ่มประชาชนและนักศึกษารวมตัวประท้วงเรียกร้องให้มีการ “นับคะแนนใหม่” หลังพบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลานับคะแนน กลับถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งที่มีสิทธิตามกฎหมาย โดยสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการแชร์ภาพ “ถุงดำปิดทับกล้องวงจรปิด” ในพื้นที่นับคะแนน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส

เปิดไทม์ไลน์ ลำดับเหตุการณ์ “ปทุมธานีเขต 7” ถุงดำคุมวงจรปิด พิรุธไม่โปร่งใสนับคะแนน
ลำดับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่กุมภาพันธ์ 2569 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่หน่วยเลือกตั้งได้มีนักศึกษาและประชาชนจำนวนกว่า 300 คนฮือประท้วงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ภายในหอประชุมฯ พร้อมบันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐานถึงความไม่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่ กปน.. และเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองห้า นำกำลังดูแลความเรียบร้อย สำหรับหน่วยเลือกตั้งจะเป็นจุดร่วมหีบบัตรคะแนนเสียงหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ภายในเขตและนอกเขต
โดยมีนายเพียร มารศรี หัวหน้างานกลุ่มงานสืบสวนและสอบสวนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี เดินทางมารับเรื่องพร้อมแจ้งให้นักศึกษาและประชาชนที่ไม่พอใจถึงความไม่โปร่งใส
ด้านนางสาวภัครัณภรณ์ กลิ่นชวนชื่น ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาและประชาชน กล่าวว่าตนและเพื่อนๆ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการกีดกันประชาชนโดยมีเพื่อนๆ ในกลุ่มประมาณ 6 คน พยายามจะเข้าไปสังเกตการณ์การนับคะแนนซึ่งเป็นคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและคะแนนจากต่างประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ผู้หญิงลักษณะผมสั้นในชุดกากีสั่งห้าม โดยอ้างว่า “รบกวนการปฏิบัติงาน” และเชิญให้ออกไปนอกพื้นที่ ซึ่งเมื่อกลุ่มผู้สังเกตการณ์พยายามสอบถามและขอดูการนับคะแนนปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้นับเสร็จและปิดหีบไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

ถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด
อีกทั้งมีการปิดกล้องวงจรปิด อีกด้วย นอกจากนี้ยังนำเอาผ้าดำมาปิดคลุมกล้องวงจรปิดไว้ด้วย ซึ่งตนและผู้สังเกตการณ์เข้าใจได้ หากจะปิดกล้องในช่วงเวลา 08:00 – 17:00 น. เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่หลังจากปิดหีบและเริ่มการนับคะแนนแล้วควรจะเปิดกล้อง เพื่อแสดงความโปร่งใสให้ประชาชนเห็น แต่ในครั้งนี้กลับมีการปิดกล้องและนำผ้ามาคลุมไว้ด้วย
ซึ่งการรวมคะแนนโดยไม่มีพยานนั้น มีการตั้งคำถามว่า ทำไมการนับคะแนนล่วงหน้าและคะแนนจากต่างประเทศ ถึงมีแต่เจ้าหน้าที่ข้าราชการเท่านั้นที่ดำเนินการ โดยไม่มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนสำคัญ โดยตนเองยืนยันว่ากระบวนการที่เกิดขึ้น “ไม่โปร่งใส” และเป็นการละเมิดสิทธิ์ในการตรวจสอบของประชาชน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมากออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่
ด้านนายเพียร มารศรี หัวหน้างานกลุ่มงานสืบสวนและสอบสวนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งจากน้องๆ ว่า ผู้อำนวยการเขตหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลตรงนี้ ไม่ให้เขาเข้าไปดูการนับคะแนนในระยะใกล้ชิด ซึ่งเขาก็สงสัยว่า ทำไมถึงไม่ให้เข้า เพราะอยากจะร่วมตรวจสอบด้วย

โดยในส่วนนี้ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคนที่น้องอ้างว่าสั่งห้าม เขาไม่อยู่ และตนยังติดต่อไม่ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดรวมคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าของเขต 7 โดยจะมารวมนับกันที่นี่ และช่วงกลางวันก็เป็นหน่วยออกเสียงประชามติของเขต 7 ด้วย ในเมื่อนักศึกษาและประชาชนไม่ยอม เพราะมองว่าไม่โปร่งใส กกต. นั้นทางสำนักงานจังหวัดปทุมธานีไม่มีอำนาจ เราต้องรวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้ กกต. ทั้ง 7 ท่าน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ตามที่น้องๆ เรียกร้องหรือไม่
ซึ่งเบื้องต้นให้น้องเขียนคำร้องไว้ แล้วเราจะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายเพื่อเสนอผู้ใหญ่อีกครั้ง ทั้งนี้ถ้าเราอยู่กันด้วยเหตุด้วยผลก็น่าจะคุยกันได้ ต้องเชื่อใจกันด้วย ส่วนจะนับคะแนนใหม่ได้วันไหนต้องรออำนาจการตัดสินใจจาก กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น โดยให้ทางน้องๆ เขียนคำร้องไว้เพื่อให้ทาง กกต. พิจารณาว่าควรมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ปทุมธานีเขต 7 โดยขณะนี้เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง บรรดานักศึกษา ยังไม่ยอมไปไหน ยังคงปักหลักรอคำตอบจากเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่อีกครั้ ง