จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ ที่ จ.นครราชสีมา ตู้โดยสารไฟลุก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ศพ บาดเจ็บ 67 คน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งกู้ซากรถไฟและเครนออกจากราง รฟท.สั่งปิดการเดินรถสายอีสาน 14 ขณะที่ “อิตาเลียนไทย” ออกแถลงการณ์ขอรับผิดชอบ ส่วนทางการจีนแสดงความเสียใจ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ม.ค. 69 ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ครอบครัวเศร้า รอรับร่าง “น้องฉุยฉาย” ถูกเครนหล่นทับรถไฟดับ ขณะกลับมาร่วมงานศพพ่อ
ซึ่งโลกออนไลน์ได้มีการร่วมไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้สูญเสีย โดยหนึ่งในนั้น คือ น.ส.ชนันต์ญาต์ วงษ์จันทร์ หรือ ฉุยฉาย ที่ก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มและเพื่อน ได้โพสต์ประกาศตามหาตัว เนื่องจากเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนรถดังกล่าว เพื่อจะไปร่วมงานศพพ่อของเธอ ก่อนจะพบว่าเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุด วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านงานศพของนายไสว กลิ่นกันหา ผู้เป็นพ่อของ น.ส.ชนันต์ญาต์ วงษ์จันทร์ หรือ ฉุยฉาย ผู้เสียชีวิต ที่บ้านเกาะตรวจ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ บรรยากาศงานเงียบเหงา พบนางเปลี่ยน กลิ่นกันหา ภรรยานายไสว ได้นั่งพูดคุยกับว่าที่รองนายก อบต.ตรวจ นายไพบูลย์ ธงภักดิ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์เครนรถไฟหล่นทับรถไฟอยู่พอดี

นางเปลี่ยน กลิ่นกันหา ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนและนายไสวนั้นไม่ได้ติดต่อกับนางฉุยฉาย ผู้เสียชีวิตมานานแล้ว ต่างคนต่างอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนายไสวพ่อของนางฉุยฉายเสียชีวิตลง นางฉุยฉายจึงติดต่อกลับมาว่าจะมาเคารพศพพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรยินดีต้อนรับเสมอ จนมาทราบข่าวอีกครั้งหนึ่งว่า น้องฉุยฉายได้ประสบอุบัติเหตุเครนรถไฟหล่นทับ ทำให้ตนนั้นเสียใจและตกใจมาก อย่างไรก็ตามตนก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนางฉุยฉายที่ต้องมาเสียลูกสาวไป แล้วขอให้วิญญาณของนางฉุยฉายไปสู่สุคติภพภูมิที่ดี
สัมภาษณ์ นายไพบูลย์ ธงภักดิ์ ว่าที่รองนายก อบต.ตรวจ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตอนนั้นเมื่อได้ยินข่าวว่าคนในหมู่บ้านตนนั้น ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครนรถไฟหล่นทับนั้น ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก ซึ่งนางฉุยฉายนั้นตนเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ พอฉุยฉายเรียนจบประถม ก็ได้เดินทางไปอยู่ต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งจะกลับมาบ้านตามเทศกาลต่าง ๆ จึงไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อยครั้ง ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก อยากให้มีมาตรการหรือการควบคุมความปลอดภัยให้มากกว่านี้

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ น.ส.ชนันต์ญาต์ วงษ์จันทร์ ผู้เสียชีวิต ได้พบกับญาติพี่น้องของนางฉุยฉาย กำลังจัดเตรียมงานอยู่ โดยผู้สื่อข่าวได้พูดกับคุย นางฤทธิ์ สุดเติบ น้าสาวของน้องฉุยฉาย เผยว่า น้องฉายได้ไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งจะกลับมาบ้านตามเทศกาลต่าง ๆ เพื่อมาเยี่ยมแม่และครอบครัว น้องฉายนั้นมีพี่น้อง 4 คน โดยน้องฉายเป็นคนสุดท้องคนที่ 4 โดยก่อนเกิดเหตุ นั้นพ่อของน้องฉายได้เสียชีวิตลง
น้องฉายจึงโทรมาบอกกับแม่ว่าจะกลับมางานศพพ่อ ซึ่งแม่ของน้องฉายก็บอกว่าไม่ต้องมาหรอกไม่จำเป็นอะไร แต่น้องฉายก็ยังอยากมา จึงโทรไปปรึกษากับพี่สาวว่าอยากมางานศพพ่อ ให้พี่สาวช่วยพูดกับแม่ให้หน่อย จากนั้นทางครอบครัวก็ยังไม่ทราบว่าน้องฉายโดยสารรถอะไรมา และจะมาวันที่เท่าไหร่ จนมาทราบข่าวว่าน้องฉายได้นั่งขบวนรถไฟดังกล่าวอยู่โบกี้ที่ 2 และได้ประสบเหตุเสียชีวิตในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้คนในครอบครัวนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก วันนี้แม่ของน้องฉาย และญาติพี่น้องได้พากันไปรับร่างที่ไร้วิญญาณของน้องฉายกลับมาบำเพ็ญกุศลต่อที่บ้าน.