สกัดจับกระบะตู้ทึบ ลอบขน “แรงงานต่างด้าว” ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี คนขับอาศัยความมืดวิ่งหนี ตร. ตะลึงเจอชาวเมียนมา 52 ชีวิต อัดอยู่เต็มคันรถ สารภาพตั้งใจไปทำงานชลบุรี และต้องจ่ายค่าหัวให้กับคนพามา 4-5 หมื่นบาท
สกัดจับกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว
วันที่ 30 ส.ค. 68 นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผบ.ร.29/ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รอง ผบ.ร.29/รอง ผบก.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานิต นาโควงศ์ ผกก.ตชด.13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้า) ร่วมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด วางแผนสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน เชื่อว่ายังมีขบวนการดังกล่าวเตรียมจ่อทะลักเข้ามาอย่างแน่นอน
ต่อมาเวลา 00.30 น. นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ นายวัลลภ จินดา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีรถยนต์กระบะทึบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเป็นจำนวนมากเข้ามาในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ด้วยการใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 323 สังขละบุรี-กาญจนบุรี จึงสั่งการให้นายวัลลภ จินดา นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.อ.ทองผาภูมิ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.135 เจ้าหน้าที่ ตร.ทางหลวง ออกลาดตระเวนไปตามถนนสาย 323
จนกระทั่งไปถนนหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง พบรถยนต์กระบะทึบยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ตอนเดียว หมายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง ขับสวนมาจากทางด้านอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่าเมื่อคนขับเห็นเจ้าหน้าที่ จึงเหยียบคันเร่งหลบหนีการตรวจค้นไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปถึงบ้านกรังกาสี หมู่ 3 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร คนขับเห็นท่าไม่รอด จึงเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวแล้วจอดรถทิ้งเอาไว้ก่อนที่จะอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน ทำให้สามารถหลบหนีไปได้
และจากการตรวจสอบภายในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถกระบะตอนเดียว เจ้าหน้าที่ถึงกับต้องตกตะลึง เมื่อพบว่ามีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ทั้งชายหญิงยืนแออัดมาเต็มคันรถมากถึง 52 คน เป็นชาย 37 คน หญิง 15 คน แต่ยังโชคดีที่บริเวณหลังคารถยนต์คันดังกล่าวมีการดัดแปลงให้มีช่องระบายอากาศทำให้แรงงานไม่ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตหรือเป็นลมหมดสติระหว่างเดินทาง เบื้องต้นแรงงานจำนวนดังกล่าวไม่มีเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่อีกทั้งยังสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ ด้วยการสอบปากคำผ่านล่ามแปล
เบื้องต้นทั้งหมดให้การว่า พวกตนหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติด้านอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมาที่มีชายแดนติดกับบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เมื่อข้ามชายแดนเข้ามาได้มีผู้นำพาเดินลัดเลาะหลบหลีกด่านตรวจน้ำเกิ๊ก หมู่ 8 ต.หนองลู ตลอดเส้นทางมีทั้งนั่งรถและลงเรือโดยใช้เวลานานหลายวันกว่าคนขับรถยนต์คันดังกล่าวจะมารับไปส่งปลายทางในพื้นที่พักคอยในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี แต่ไม่ทราบจุดนัดหมาย และเมื่อไปถึงจะมีรถมารับอีกทอดหนึ่งเพื่อนำแรงงานทั้งหมด ไปส่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
โดยจะต้องจ่ายค่าหัวให้กับผู้นำพาคนละ 40,000 – 50,000 บาท ระหว่างเดินทางไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อติดตามจับกุมตัวคนขับที่หลบหนีไปได้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป formuladenegocio