เสือโคร่งณเดช พบรักกับสาวตัวใหม่ ลุ้นมีข่าวดีเร็วๆ นี้

กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า เผยพฤติกรรมหาดูยาก “เสือโคร่งณเดช กำลังเข้าคู่ พบรักกับเสือโคร่งสาวตัวใหม่ ในอุทยานฯ แก่งกระจาน คาดอาจเป็นสัญญาณดี ในการเพิ่มประชากรเสือคอกใหม่เร็วๆ นี้

เสือโคร่งณเดช

กล้องดักถ่ายสัตว์ จับภาพ “เสือโคร่งณเดช” พบรักกับสาวตัวใหม่ ลุ้นมีข่าวดีเร็วๆ นี้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย เผยผลสำเร็จจากการลงพื้นที่สำรวจระบบนิเวศแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน ระหว่างวันที่ 13–16 กุมภาพันธ์ 2569 พบดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกผ่านกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) เผยให้เห็นพฤติกรรมทางธรรมชาติที่หาดูยากของเสือโคร่งรหัส KKT-002M หรือ “เสือณเดช” ที่กำลังเข้าคู่กับเสือโคร่งสาวตัวใหม่รหัส KKR-004F ในจุดเดียวกัน คาดเป็นสัญญาณดีในการเพิ่มประชากรเสือคอกใหม่ในอนาคตอันใกล้

นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ฝ่ายวิชาการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน และคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ นำโดย นางสาวชนันรัตน์ นวลแก้ว นักวิชาการด้านสัตว์ป่า และ ดร.Steven Platt จาก IUCN ได้ร่วมกันติดตั้ง และตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่ารวม 8 จุดหลัก บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน

ข้อมูลที่ได้จากกล้องดักถ่าย (Camera Trap Data) ไม่ใช่เพียงแค่ภาพถ่ายสวยงาม แต่คือเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรมสัตว์ป่า ทำให้ทราบถึงเส้นทางการเคลื่อนที่และการจับคู่ผสมพันธุ์ของสัตว์ผู้ล่า (Apex Predator) อย่างเสือโคร่ง

นอกจากนี้ข้อมูลภาพถ่ายช่วยยืนยันการคงอยู่ของสัตว์ป่าหายาก 14 ชนิด อาทิ เลียงผา, สมเสร็จ (สัตว์ป่าสงวน), หมีควาย, หมีหมา, หมาไน และช้างป่า โดยข้อมูลพิกัดและเวลาที่พบสัตว์ป่า จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนเส้นทาง “การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ” (Smart Patrol) ให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงและจุดสำคัญ เพื่อป้องกันการล่าและรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัย

นายมงคล ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการเฝ้าติดตามสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คณะทำงานยังพบร่องรอยสำคัญของ “จระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย” ผ่านกองมูลและร่องรอยริมน้ำ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการปล่อยจระเข้คืนสู่ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการปฏิบัติงาน คณะเจ้าหน้าที่พบว่า กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าสูญหายไป 1 ตัว จากการตรวจสอบร่องรอยคาดว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงานวิจัยและการคุ้มครองสัตว์ป่า โดยทางอุทยานฯ จะใช้ข้อมูลจากระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อยกระดับการเฝ้าระวังในจุดดังกล่าวให้เข้มงวดขึ้น เพื่อให้เราสามารถปกป้องบ้านของสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ในระดับนโยบายต่อไป

formuladenegocio