รฟม. ลุยจัดหารถ 30 ขบวน นำร่องเปิดให้บริการสายสีส้มตะวันออก

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ว่า ภายหลังจากที่  ได้มีการลงนามเซ็นสัญญากับเอกชนผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างนั้น ขณะนี้เอกชนได้เริ่มเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างงานโยธาสายตะวันตกแล้ว โดยภาพรวมมีความคืบหน้ากว่า 10% ซึ่งเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ประมาณ 1% อย่างไรก็ตามคาดว่าจะดำเนินการตามแผนและเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสีส้ม ส่วนตะวันตกได้ภายในปี 2573 แน่นอน

รฟม.

รฟม. ลุยจัดหารถ 30 ขบวน นำร่องเปิดให้บริการ

อย่างไรก็ดี จากการก่อสร้างยังไม่พบปัญหาในการก่อสร้าง ซึ่งในส่วนของการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างนั้น ปัจจุบันได้มีการเวนคืนที่ดินคืบหน้าไปกว่า 60-70% โดย  อยู่ระหว่างจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน อย่างไรก็ตามการเวนคืนที่ดิน จะมีบริเวณชุมชนประชาสงเคราะห์ ที่ยังมีปัญหาบ้างซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาตัวเลขค่าชดเชยที่ดินกับชาวบ้าน ส่วนพื้นที่การเวนคืนที่ดินบริเวณสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะมีการปรับแบบก่อสร้างให้กระทบกับพื้นที่น้อยที่สุด อย่างไรก็ตามการส่งมอบพื้นที่เวนคืนเพื่อก่อสร้างให้เอกชนนั้นคาดว่า จะส่งมอบพื้นที่แล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 แน่นอน ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการแน่นอน

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับกรมศิลปากรเมื่อสัปดาห์ก่อนถึงประเด็นการขุดพื้นที่โบราณคดีบริเวณด้านหน้าโรงละครแห่งชาติที่จะต้องมีการปรับแบบสถานี โดยวัตถุโบราณที่พบเจอจะมีการเก็บรักษาและนำมาจัดแสดงไว้ภายในสถานีเหมือนลักษณะนำมาจัดวางในพิพิธภัณฑ์

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นถึงการปรับแบบสถานีศิริราชที่พบเจอโครงกระดูก โดย ได้มีการประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และโรงพยาบาลศิริราช ถึงการปรับแบบสถานีที่มีการขยับออกไป ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายาของรฟท. ซึ่งรฟม.ยืนยันว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มได้ โดยไม่ต้องรอการปรับแบบสถานีศิริราชในโครงการรถไฟสายสีแดงของ รฟท.

ส่วนการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ขณะนี้ได้ข้อสรุปในการออกแบบรถแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและผลิตรถ รวมถึงการทยอยทดสอบชิ้นส่วนต่างๆ และทดสอบตัวรถจริงที่ประเทศจีนและตุรกีก่อนส่งมอบรถมายังที่แหลมฉบัง คาดว่าจะทยอยจัดหาขบวนรถประมาณ 30 ขบวน ภายในปี 2569

นอกจากนี้ตามแผนจะเริ่มติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและงานระบบรถไฟฟ้า (M&E) ภายในกลางปี 2569 จากนั้นจะเริ่มทดสอบระบบฯ และขบวนรถภายในเดือนตุลาคม 2569 คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการสายตะวันออกได้ก่อนภายในปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2571

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 35.9 กิโลเมตร (กม.) เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 27 กิโลเมตร และโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ 8.9 กิโลเมตร จำนวน 28 สถานี แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 21 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตลอดแนวเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีบางขุนนนท์ ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินวิ่งไปตามแนวทางรถไฟเดิมไปยังโรงพยาบาลศิริราช บริเวณสถานีศิริราช จากนั้นจึงวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาขนานไปกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ลอดใต้พื้นที่ถนนราชดำเนิน ผ่านสนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเบี่ยงแนวเส้นทางไปตามแนวถนนหลานหลวงจนถึงแยกยมราช เลี้ยวขวาไปตามถนนเพชรบุรีจนถึงสี่แยกประตูน้ำ เลี้ยวซ้ายลอดใต้ถนนราชปรารภตรงไปถึงสามเหลี่ยมดินแดง แล้วจึงเลี้ยวขวาไปตามถนนดินแดง หลังจากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต แล้วเลี้ยวขวาผ่านกรุงเทพมหานคร 2 และเบี่ยงขวาลอดผ่านชุมชนประชาสงเคราะห์ ไปยังสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

จากนั้นแนวเส้นทางจะวิ่งขนานไปตามแนวถนนพระรามเก้าไปยังสถานี รฟม. ลอดใต้คลองแสนแสบ ก่อนเลี้ยวซ้ายไปตามถนนรามคำแหง ผ่านแยกลำสาลี ไปจนถึงบริเวณคลองบ้านม้า ก่อนเปลี่ยนแนวทางวิ่งจากอุโมงค์ใต้ดินเป็นทางวิ่งยกระดับ และวิ่งตามแนวถนนรามคำแหงไปจนถึงบริเวณคลองสองที่สถานีมีนบุรี ก่อนสิ้นสุดแนวเส้นทางที่สถานีสุวินทวงศ์ บริเวณสามแยกรามคำแหง – สุวินทวงศ์ formuladenegocio